1. Skip to Menu
  2. Skip to Content
  3. Skip to Footer>

ไทเทเนียมไดออกไซด์ ปลอดภัยจริงหรือไม่?

PDFPrint

 

 

ไทเทเนียมไดออกไซด์เป็นสารสีขาวทึบแสงที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในผลิตภัณฑ์เช่นสีเคลือบ,พลาสติก, กระดาษ, หมึก, เส้นใยอาหารและและเครื่องสำอางเนื่องจากความสว่างและหักเหสูงดัชนี (> 2.4) โดยมีดัชนีหักเหสูงกว่าวัสดุอื่น ๆ ทำหใสามารถใช้ไทเทเนียมไดออกไซด์ในระดับค่อนข้างต่ำเพื่อให้สารทึบแสงตามต้องการ (CERAM, 2006; Wikipedia, 2006))

ไทเทเนียมไดออกไซด์มีประสิทธิภาพสูงในการใช้เป็น whitener สำหรับขนมหวานขนมอบ เนยแข็ง, Icings, Toppings และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เมื่อรวมกับสีอื่น ๆ จะให้ดูสีนุ่ม

การกำหนดมาตรฐานการใส่สารในอาหาร Codex ทั่วไปสำหรับวัตถุเจือปนอาหาร (ตารางที่ 3) อนุญาตให้ใช้ในอาหารทั่วไปเว้นแต่ระบุไว้ในตามมาตรฐาน GMP ที่มีบทบัญญัติสำหรับการใช้ไทเทเนียมไดออกไซด์ในอาหาร (Codex, 2005) ประเภทอาหารที่ยอมรับได้ของมาตรฐานนี้ (GSFA) ที่สอดคล้องกับการใช้งานทั่วไปจะทำซ้ำในภาคผนวก 1, ถ่ายจาก GSFA on-line ฐานข้อมูล (Codex, 2005A) ระดับตัวเลขสูงสุดในการใช้งานไม่ได้ระบุไว้ในตาราง3 สาร GMP (Practices ผลิตที่ดี) เป็นที่เข้าใจกันว่าหมายถึงระดับที่ใช้งานควรจะไม่เกินกว่าที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุผลทางเทคนิคที่ตั้งใจ

(คำเตือน: รายการในภาคผนวก 1 ไม่ได้หมายความว่าไทเทเนียมไดออกไซด์จะถูกใช้ในทุกประเภทที่ระบุในอาหาร.)

สหรัฐอเมริกาอาหารและยา (FDA) ได้อนุมัติการใช้ไทเทเนียมไดออกไซด์ในอาหารโดยทั่วไปที่ระดับไม่เกิน 1% โดยน้ำหนักของอาหาร หรืออาจจะใช้ไทเทเนียมไดออกไซด์เป็นสารเติมแต่งสีที่ระดับไม่ถึงเกิน 2% โดยน้ำหนัก (FDA, 2005)

ในสหรัฐอเมริกามการใช้ไทเทเนียมไดออกไซด์ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ลูกกวาดชนิดแข็งและอ่อน สูงถึง 1% การใช้ประโยชน์ใน icings, หมากฝรั่ง, แป้ง สินค้าขนมหวานและอบปกติ ใช้ตั้งแต่ 0.02% ถึง 2% และในขนมขบเคี้ยวที่เผ็ดจาก 0.05-0.4% (จอห์น, 2006)

ในอินเดียจะจำกัดการใช้งานของไทเทเนียมไดออกไซด์ในหมากฝรั่งที่ระดับไม่เกิน 1% (อินเดีย, 2004) และมีเครื่องดื่มชนิดผงไม่ถึงเกิน 100 มก. / กก. (อินเดีย 2004a)

ญี่ปุ่นแสดงการใช้งานเป็นสีอาหารโดยไม่มีข้อ จำกัด นอกเหนือจากที่ระบุในอาหารบางชนิด ซึ่งไม่ได้รับอนุญาต (ญี่ปุ่น, 2000)

สหภาพยุโรปกำหนดให้ไทเทเนียมไดออกไซด์เพื่อใช้ในสีผสมอาหารโดยทั่วไป ยกเว้นอาหารบางอย่างที่ระบุไว้ในระดับควอนตัม Satis (EU, 1994) ที่ระบุในรายงานล่าสุดโดยหน่วยงานด้านความปลอดภัยด้านอาหารยุโรป, EFSA,

ไทเทเนียมไดออกไซด์ชนิดเกร็ดที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเพื่อเคลือบฟิล์มบนผลิตภัณฑ์ขนมในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยEFSA ระบุว่าสารเติมแต่งนี้ ( โดยอุตสาหกรรมอาหารสหรัฐอเมริกา ) ให้ใช้ในคุกกี้, ขนมอบ, เพรทเซิลและขนมขบเคี้ยวอื่นๆ (EFSA, 2004) , ไททาเนียมไดออกไซด์ (CTA) 2006 - Page 5 (8)


บทสรุปของไททาเนียมไดอ๊อกไซด์ในอาหาร

เนื่องจากเป็นสารที่ไม่ละลายน้ำ ไม่ละลายในกรดเกลือ กรดกำมะถันเจือจางและตัวทำละลายอินทรีย์, และเป็นสารเที่ไม่ทำปฏิกิริยากับสารอื่น จึงไม่ทำฏิกิริยากับส่วนประกอบของอาหาร ในปี 1969 JECFA (JECFA, 1970) "ตัดสินใจที่จะไม่จำกัดปริมาณการใช้สารไทเทเนียมไดออกไซด์ เนื่องจากมีข้อบ่งชี้ว่าเป็นสารไม่มีพิษ ( Toxic Free Substance )

 

Reference

CERAM (2006). CERAM Research – http://www.azom.com/details.asp?ArticleID=1179

accessed 9 March.

Codex (2005). CX/STAN 192-1995, rev. 2005, Codex General Standard for Food Additives

(GSFA). Codex Alimentarius Commission, FAO, Rome.

Codex (2005a). CX/STAN 192-1995, rev. 2005, Codex General Standard for Food Additives

(GSFA) Online Database: http://www.codexalimentarius.net/gsfaonline/index.html – accessed

10 March 2006.

DeMerlis, C.C. (2005). Colorcon letter to A. Wennberg, FAO-JECFA Secretary, 6 December

and accompanying dossier prepared for the 67th meeting (June 2006) of the Joint FAO/WHO

Expert Committee on Food Additives.

EFSA (2004). Opinion of the Scientific Panel on Food Additives, Flavourings, Processing Aids

and materials in Contact with Food (European Food Safety Authority) on a request from the

Commission related to the safety in use of rutile titanium dioxide as an alternative to the

presently permitted anatase form. Question N° EFSA-Q-2004-103. Adopted on 7 December

2004. The EFSA Journal, 163:1-12.

EU (1994). European Parliament and Council Directive on Colours, 94/36/EC. Official J.

Europ. Comm., L237: 13-29.

FCC (2003). Titanium dioxide. In Food Chemicals Codex, 5th ed, National Academies Press,

Washington, DC.

FDA (2005). Titanium dioxide. In The United States Code of Federal Regulations, Title 21,

Section 73.575, Office of the Federal Register, Washington, DC.

Gerdes, S. (2004). Perusing the Food Color Palette. In Food Product Design (December 2004)

(http://www.foodproductdesign.com/archive/2004/1204DE.html), Virgo Publishing,

Northbrook, Illinois.

India (2004). Chewing gum and Bubble gum. In The Prevention of Food Adulteration Act and

Rules, 1955, Appendix B, Section A.25.02.01, Directorate General of Health Services, Ministry

of Health, New Deli.

India (2004a). Powdered concentrate mixes for fruit beverage drinks. In The Prevention of

Food Adulteration Act and Rules, 1955, Appendix C, Table 3, Directorate General of Health

Services, Ministry of Health, New Deli.

Japan (2000). Titanium dioxide. In Japanese Specifications and Standards for Food Additives,

7th ed, Ministry of Health and Welfare, Tokyo.

Titanium dioxide (CTA) 2006 - Page 6(8)

JECFA (1970). Thirteenth Report of the Joint FAO/WHO Expert Committee on Food

Additives (Rome, 27 May - 4 June 1969). WHO Technical Report Series No. 445 and FAO

Nutrition Meetings Report Series No. 46, WHO, Geneva.

JECFA (2006). Titanium dioxide. In Combined Compendium of Food Additive Specifications,

Vol. 3, FAO, Rome.

JECFA (2006a). Combined Compendium of Food Additive Specifications, Vol. 4, FAO, Rome.

Kirk-Othmer (1997). Kirk-Othmer Encyclopedia of Chemical Technology, 4th ed, Vol. 24. John

Wiley and Sons, New York, pp. 233-250.

Kirk-Othmer (2006). Kirk-Othmer Encyclopedia of Chemical Technology, 5th ed, Vol. 19. John

Wiley and Sons, New York, pp. 387-393.

Vaughn, A. (2006). Colorcon email to P.M. Kuznesof (16 May) in preparation for the 67th

meeting (June 2006) of the Joint FAO/WHO Expert Committee on Food Additives.

Wikipedia (2006). http://en.wikipedia.org/wiki/Titanium_dioxide - accessed 9 March.