1. Skip to Menu
  2. Skip to Content
  3. Skip to Footer>

ห้องปลอดเชื้อของอาม่า(ตอนต่อ)

กำจัดสิ่งของที่ไม่จำเป็นออกก่อน


Cleanroom in house

 

ก่อนอื่นก็มาเริ่มที่ตัวห้องก่อน โดยผมต้องหาทางกำจัดสิ่งของต่าง ๆ ที่อยู่ในห้องเดิมที่คาดว่าจะเป็นแหล่งฟักตัวของเชื้อหรือฝุ่นออกไปให้หมด อะไรที่ไม่จำเป็นเอาออกให้หมด เช่นเบาะ โซฟาร์ เก้าอี้นวม ที่นอนฟูก เพราะจะเป็นเหมือนบ้านสำหรับเชื้อและฝุ่นต่างๆ มาอาศัยอย่างปลอดภัย และจะออกมาตอนที่เราลุกขึ้นหรือนั่งลง(Air Pump Effect) ส่วนตู้เสื้อผ้าไม่ควรมีในห้องนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งตู้ไม้อัดที่มีการอัดสารกันเชื้อราไว้ เช่น สารPhenol , Formaldehyde ซึ่งก็เป็นสารพิษเหมือนกันและจะค่อยระเหยออกมาช้าๆ กินเวลานานมากกว่าจะหมด และสุดท้ายก็เป็นเชื้อราได้เหมือนกันถ้าอากาศชื้น

อ้อ!อย่าลืมใส่ชุดควบคุมการทำงานของหลอด UVGl ด้วยครับ เดี๋ยวคนจะเข้าใจผิดว่าไปเที่ยวชายทะเลมาหลายวันเพราะผิวจะดำได้ครับ

บ้านที่ปูพรม


สำหรับบ้านที่ปูพรมราคาแพง ๆ ผมคิดว่าต้องรื้อทิ้งครับ เพราะไม่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วย เนื่องจากพรมจะเป็นอะไรที่เก็บความสกปรกได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถเพาะเชื้อราได้อย่างดีเยี่ยม(ถึงแม้ว่าบางยี่ห้อจะบอกว่าเนื้อพรมมีการใส่สาร Anti-Microbial กันเชื้อราได้ แต่สารนี้จะไม่ครอบคลุมถึงสิ่งสกปรก หรือเศษอาหารที่ตกลงไปฝังในพรมครับ) แต่ถ้าอยากจะรักษาไว้ก็คงจะต้องมีระบบฆ่าเชื้อหลาย ๆ ระบบ เช่น การฆ่าเชื้อด้วยแก๊สโอโซนและ UVGl ในช่วงที่ไม่มีคนอยู่เกือบทุกวัน และนอกเหนือจากนั้นก็น่าจะ ต้อง ติดตั้งชุดเครื่องกรองอากาศและฆ่าเชื้อในอากาศระบบ Photo Catalyst เพื่อลดเชื้อในอากาศให้น้อยลง(คงไม่ถึงขั้นปลอดเชื้อเพราะพรมซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดเชื้อยังคงอยู่)


บ้านที่มีฝ้าเพดาน


สำหรับบ้านที่มีฝ้าเพดาน ซึ่งจะเป็นอีกแหล่งหนึ่งที่สะสมเชื้อราได้อย่างดี ซึ่งหากอยู่ในภาวะปกติฝ้าไม่รั่ว แตก ร้าว หรือมีความชื้นรั่วลงมาก็คงไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าเหตุเกิดเมื่อไรก็จะมีปัญหาสำหรับคนที่เป็นโรคภูมิแพ้หรือผู้ป่วยได้ การแก้ไขปัญหาสามารถทำได้โดยทำการฆ่าเชื้อบนฝ้าเป็นระยะ ซึ่งสามารถทำได้ง่ายๆ โดยเจาะช่องฝ้าเพดานเพื่อต่อท่อหรือแป้นสำหรับเป่าอัดแก๊สโอโซนแบบท่อเป็นช่วงๆ ประมาณ 6 เดือน/ครั้ง หรือทำช่องเปิดบนฝ้าสำหรับฝ้า T-Bar เพื่อเอาเครื่องอบฆ่าเชื้อด้วยแก๊สโอโซนเป่าอบฆ่าเชื้อเป็นระยะ ทั้งนี้อาจจะซื้อไว้ใช้เองสำหรับอบฆ่าเชื้อตามห้องต่าง ๆ หรือจ้างทีมงานผู้ชำนาญการมาอบเป็นคราวๆ ไปก็ได้


อุปกรณ์สำหรับช่วยชีพผู้ป่วย 


Cleanroom in houseติดตั้งอุปกรณ์สำหรับช่วยชีพผู้ป่วยให้สามารถใช้งานได้อย่างสะดวก เช่น เครื่องผลิตอ๊อกซิเจน เครื่องดูดเสมหะ เครื่องช่วยการหายใจ ถังสำรองแก๊สอ๊อกซิเจน ขนาดใหญ่ 6 ลบ.ม (ขอแนะนำให้ใช้ขนาดใหญ่เพื่อความปลอดภัย กรณีที่ไฟฟ้าดับ) และอุปกรณ์การดูดเสมหะ การสวนปัสสาวะ และให้อาหารทางสายยางอื่นๆ ซึ่งอุปกรณ์ต่างๆ เหล่านี้ต้องดูแลให้สะอาดปลอดเชื้อก่อนเข้าห้องผู้ป่วย (เช็ดทำความสะอาดและฆ่าเชื้อก่อนเข้าห้อง)

อุปกรณ์ช่วยชีพผู้ป่วยในส่วนที่ต้องใช้ไฟฟ้าบางส่วนจำเป็นมากขาดไม่ได้ จึงควรเตรียมเครื่องสำรองไฟขนาดใหญ่พอที่จะสำรองไฟฟ้าดับได้ไม่ต่ำกว่าสถิติไฟฟ่ดับของพื้นที่เราอยู่ ไม่อย่างนั้นอาจจะเกิดปัญหาน่าเศร้าได้

น้ำยาทำความสะอาดควรจัดให้มีประจำตำแหน่งต่างๆ ให้หยิบใช้ได้สะดวก เพราะ ผมคิดว่าทุกคนที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับผู้ป่วยมีสิทธิเป็นพาหะนำเชื้อมาได้ทั้งนั้น การป้องกันก็คือการเตรียมวางอุปกรณ์ฆ่าเชื้อเช่นแอลกอฮอลประจำไว้ให้หยิบใช้ได้ง่าย รวมทั้งที่ครอบจมูกด้วย

Cleanroom in house


ระบบปรับอากาศ


กรณีของเครื่องปรับอากาศ ผมได้นำเอาเครื่องปรับอากาศเก่ามาทำการปรับปรุงให้เป็นเครื่องที่สามารถฆ่าเชื้อและกำจัดกลิ่นได้โดยนำเอาคอยล์เย็นของแอร์ไปเคลือบด้วยสาร Photo Catalyst และติดตั้งหลอด UVGl เพื่อกระตุ้นสาร PC ให้ทำงาน ทำให้อากาศในห้องอาม่ามีกลิ่นสะอาดมากและสามารถลดกลิ่นปัสสาวะ อุจจาระ รวมทั้งกลิ่นยาต่างๆ ให้หมดไปในเวลาที่สั้นมาก เวลาเข้าไปในห้องอาม่า อากาศจะสดชื่นกว่าข้างนอกมาก(แค่เปิดประตูเข้าไปก็จะสังเกตุความแตกต่างได้)

Cleanroom in houseการปรับปรุงแอร์ตามรายการนี้จะสามารถทำได้กับแอร์บางรุ่นเท่านั้น ต้องพิจารณาเป็นรายๆ ไป แต่ถึงอย่างไรก็ตามหากไม่สามารถทำได้ เราก็สามารถเปลี่ยนคอยล์เย็นทั้งชุดเลยก็ได้เพราะใช้เงินไม่เท่าไร แต่ได้เครื่องฆ่าเชื้อขนาดใหญ่มาติดในบ้าน

ปกติแอร์ขนาดทั่วไปจะสามารถหมุนเวียนอากาศในห้องไปทำความเย็นได้ถึง 20-30 เท่าปริมาณต่อชั่วโมง(Air change) ซึ่งเมื่อเราปรับปรุงให้เป็นแอร์ฆ่าเชื้อแล้วก็เท่ากับว่าเรามีคนมาคอยกวาดเชื้อไปทำลาย 20-30 เที่ยวต่อชั่วโมง อากาศจึงสะอาดมากสำหรับมาตรฐานที่อยู่อาศัย


หมายเหตุ การปรับปรุงระบบปรับอากาศ


1. การปรับแอร์ให้เป็นแอร์ระบบฆ่าเชื้อกำจัดกลิ่นจะต่างกับแอร์หรือเครื่องกรองอากาศที่มีระบบการกรองอากาศธรรมดาเพราะ การกรองจะเป็นการกรองผ่านระบบกรองฝุ่นและดุดกลิ่นไว้ซึ่งจะมีอายุการใช้งานจำกัด ต้องเปลี่ยนบ่อย ๆ และไม่สามารถฆ่าเชื้อ ทำลายกลิ่นได้ แต่ระบบ Photo Catalyst ไม่ใช่ระบบกรองฝุ่น จึงต้องล้างแผ่นกรองบ่อย ๆ ( ไม่ต้องเปลี่ยน สามารถทำเองได้ ) แต่มีข้อดีคือสามารถฆ่าเชื้อและทำลายกลิ่นได้จริง เชื้อจึงไม่สะสมที่แผงคอยล์เย็นซึ่งจะแพร่กระจายออกมาในห้องตลอดเวลาก่อให้เกิดภูมิแพ้ในผู้อยู่อาศัย

ห้องอบผ้าปลอดเชื้อสามารถสังเกตุความแตกต่างกันได้โดยการเปิดเครื่องแอร์และให้สังเกตุดมกลิ่นอาอากาศที่ออกมาจากคอยล์เย็นช่วงแรก ( 1-2 นาทีแรก ตอนที่คอมเพรสเซอร์ยังไม่ทำงาน ) ถ้าเป็นแอร์ทั่วไปจะมีกลิ่นออกมาเกือบทุกเครื่อง ( > 99 % ) ซึ่งแสดงว่ามีการฟักตัวของเชื้อราอยู่ที่แผงคอยล์เย็น หลังจาก คอมเพรสเวอร์ทำงานแล้ว แผงวคอยล์เย็นจะมีน้ำมาเคลือบทำให้กลิ่นหายไป ( แต่เชื้อยังคงอยู่คอยโจ มตีคนที่อ่อนแอทำให้ป่วยเป็นภูมิแพ้ได้ง่าย )

ปัจจุบันมีแอร์หลายยี่ห้อที่โฆษณาว่ามีระบบกรองและฆ่าเชื้อในอากาศได้ ซึ่งก็น่าจะสามารถนำมาใช้ได้เหมือนกัน เพียงแต่ว่าควรจะศึกษาให้ชัดเจนก่อนซื้อครับ

2. การปรับปรุงแอร์เก่าต้องประเมินว่าลักษณะโครงสร้างของชุดคอยล์เย็นสามารถทำได้หรือไม่และคอยล์ร้อนยังมีประสิทธิภาพดีอยู่ไม่ ไม่อย่างนั้นอาจจะไม่คุ้มการลงทุน เพราะการปรับปรุงดังกล่าวน่าจะมีค่าใช้จ่ายประมาณตั้งแต่ 6,000-12,000 บาท ต่อชุด

ห้องอบผ้าปลอดเชื้อ


งบประมาณปรับปรุงห้องปลอดเชื้ออาม่า


Cleanroom in houseสำหรับการปรับปรุงห้องให้ปลอดเชื้อ1ห้อง(ระดับเอื้ออาทร : ปลอดภัย : ราคาถุก : ค่าใช้จ่ายในการใช้งานถูก) ที่เล่ามานั้นจะมีงบประมาณคร่าวๆ ดังนี้

  1. ค่าปรับปรุงห้องประมาณ35,000-50,000.00 บาท(งานผนัง ฝ้า)
  2. ค่าทำห้องอบผ้าปลอดเชื้อ(ค่าทำห้อง + ติดตั้งปรับปรุงแอร์และระบบฆ่าเชื้อ) ประมาณ 35,000-50,000.00 บาท
  3. สำหรับอุปกรณืเพิ่มเติมประกอบอื่นๆ สำหรับห้องผู้ป่วยหรือคนชรา สามารถสอบถามมาได้ครับ (ปกติราคาไม่ แพงมากนัก)
  4. เครื่องกรองอากาศและฆ่าเชื้อด้วยระบบ Photo Catalyst ควรเลือกที่สามารถใช้งานได้จริง ซึ่งโดยทั่วไปจะต้องมีขนาดใหญ่ตามมาตรฐานของการกรองฝุ่นให้ได้คุณภาพ ไม่ใช่เล็กๆ แบบที่มีการขายกันตามท้องตลาด ซึ่งจะใช้งานได้จริงในช่วงแรกตอนที่แผ่นกรองยังไม่มีฝุ่นเท่านั้น และตอนหลังจะเป็นที่เก็บฝุ่นเก็บเชื้อไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไปและหากต้องเปลี่ยนแผ่นกรองราคาจะแพงมาก

 

สำหรับท่านผู้สนใจสามารถติดต่อมาที่ This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it หรือ This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it